วิธีทากันแดดให้ได้ผลจริง
บทสนทนาเรื่องกันแดดของคนไทยเปลี่ยนไปมากในไม่กี่ปีนี้ — จากคำถามว่า “ทาดีไหม” กลายเป็น “ตัวไหนดี” แต่มีคำถามหนึ่งที่ยังถูกข้ามไปบ่อยที่สุด: ทายังไงให้ได้ผลจริง
เพราะต่อให้เลือกกันแดดดีแค่ไหน ถ้าทาน้อยไป ทาผิดจังหวะ หรือเกลี่ยไม่ทั่ว ค่าการปกป้องที่ได้จริงก็ต่ำกว่าที่ฉลากบอกได้มาก บทความนี้เลยขอชวนกลับมาที่พื้นฐาน — สามเรื่องที่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้มากที่สุด โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย
ปริมาณสำคัญกว่ายี่ห้อ
ค่ากันแดดบนฉลากมาจากการทดสอบที่ทาในปริมาณมาตรฐานซึ่งมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ทากันจริงพอสมควร — งานสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้หลายชิ้นพบตรงกันว่า คนทั่วไปมักทากันแดดบางกว่าปริมาณทดสอบ ทำให้การปกป้องที่ได้จริงลดลงตามไปด้วย
วิธีกะปริมาณที่นิยมแนะนำและจำง่ายที่สุดคือ “กฎสองข้อนิ้ว” — บีบกันแดดเป็นเส้นยาวเต็มสองข้อนิ้วชี้ สำหรับใบหน้าและลำคอ ฟังดูเยอะ แต่นั่นแหละคือจุดที่ใกล้ปริมาณทดสอบมากขึ้น
ถ้ารู้สึกว่าทาทีเดียวหนาเกินไป แบ่งทาเป็นสองรอบบางๆ ต่อกันก็ได้ — ได้ปริมาณรวมเท่ากัน แต่เกลี่ยง่ายและติดผิวสม่ำเสมอกว่า
ทาตอนไหนของรูทีน
กันแดดคือขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ตอนเช้า — หลังบำรุงเสร็จ ให้สกินแคร์ซึมก่อนสักครู่ แล้วค่อยลงกันแดด เพื่อไม่ให้เนื้อผลิตภัณฑ์ผสมกันจนฟิล์มกันแดดไม่สม่ำเสมอ
ก่อนออกแดด เผื่อเวลาให้ฟิล์มกันแดด “เซ็ตตัว” บนผิวสักหน่อย — ผิวที่ฟิล์มเรียบเสมอกันคือผิวที่ได้การปกป้องเต็มที่ และยังช่วยให้แต่งหน้าทับได้เนียนขึ้นด้วย
เกลี่ยยังไงไม่ให้เป็นคราบ
เคล็ดง่ายๆ ที่เราแนะนำเสมอ: วอร์มเนื้อในมือก่อนทา แล้วค่อยๆ เกลี่ยบางๆ ให้ทั่วใบหน้า — การกดวนแรงๆ หรือถูไปมา ทำให้ฟิล์มกันแดดเสียเร็ว และเป็นสาเหตุหลักของคราบขาวเป็นดวง
อีกจุดที่หลายคนพลาดคือทาเร็วเกินไปแล้วรีบลูบหน้า — ให้เวลากันแดดเกาะผิวก่อน แล้วอย่าเพิ่งเอามือแตะหน้าบ่อยๆ ในช่วงแรก
จุดที่คนมักลืม
ใบหู หลังใบหู ไรผม ลำคอด้านข้าง และเปลือกตา — จุดเหล่านี้โดนแดดพอกันกับแก้ม แต่แทบไม่เคยได้กันแดดเลย ลองไล่เช็คตัวเองดูสักครั้ง แล้วจะพบว่ามีอย่างน้อยหนึ่งจุดที่ลืมประจำ
ริมฝีปากก็โดนแดดเหมือนกัน — และเป็นผิวบางที่เครื่องสำอางประเภทป้องกันแสงแดดสำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะถูกออกแบบมาดูแล (มีจดแจ้งประเภทนี้อยู่จริงกับ อย.)
ทาครั้งเดียวไม่พอ
เหงื่อ การสัมผัสหน้า และการเช็ดซับระหว่างวัน ทำให้ฟิล์มกันแดดบางลงเรื่อยๆ — คำแนะนำที่พบบ่อยคือเติมซ้ำระหว่างวันเมื่อออกแดดหรือทำกิจกรรมต่อเนื่อง
เรื่องนี้สำคัญพอที่เราแยกไปเขียนเต็มๆ อีกหนึ่งบทความ: ทำไมต้องทาซ้ำระหว่างวัน — อ่านต่อกันได้เลย
สรุปสั้นๆ: ปริมาณให้พอ จังหวะให้ถูก เกลี่ยให้ทั่ว — สามเรื่องนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เปลี่ยน “ค่ากันแดดบนฉลาก” ให้กลายเป็นการปกป้องจริงบนผิวคุณ
คำถามที่พบบ่อย
- ต้องทากันแดดปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอ?
- ค่ากันแดดบนฉลากมาจากการทดสอบที่ทาในอัตรา 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร วิธีกะที่จำง่ายที่สุดคือ “กฎสองข้อนิ้ว” — บีบกันแดดเป็นเส้นยาวเต็มสองข้อนิ้วชี้ สำหรับใบหน้าและลำคอ ถ้ารู้สึกหนาเกินไป แบ่งทาสองรอบบางๆ ต่อกันได้ ปริมาณรวมเท่ากันแต่เกลี่ยง่ายกว่า
- ทาน้อยกว่าที่แนะนำ จะเหลือการปกป้องเท่าไหร่?
- ตอบเป็นตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ เพราะขึ้นกับสูตรและวิธีทาของแต่ละคน แต่งานวิจัยที่วัดปริมาณที่ผู้ใช้ทาจริงพบว่าคนทั่วไปทาต่ำกว่าปริมาณมาตรฐานอยู่มาก (ราว 0.7–1.2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร) — หลักคิดที่ปลอดภัยคือ ทาน้อยกว่ามาตรฐาน = ได้การปกป้องน้อยกว่าที่ฉลากบอก
- ทากันแดดก่อนหรือหลังบำรุงผิว?
- หลัง — กันแดดคือขั้นตอนสุดท้ายของสกินแคร์ตอนเช้า ให้สกินแคร์ซึมก่อนสักครู่แล้วค่อยลงกันแดด เพื่อไม่ให้เนื้อผลิตภัณฑ์ผสมกันจนฟิล์มกันแดดไม่สม่ำเสมอ
แหล่งอ้างอิง
รายการด้านล่างเป็นงานวิจัยและเอกสารมาตรฐานที่ใช้อธิบาย ความรู้ทั่วไปเรื่องผิว แสงแดด และวิธีทดสอบ เท่านั้น — ไม่ใช่ผลทดสอบของผลิตภัณฑ์ TERRY และไม่ใช่การเคลมสรรพคุณของสินค้าใดๆ (ค้นจากฐานข้อมูล PubMed)
- 1Le Digabel J. และคณะ (2023). In vivo evaluation of sunscreen application by multispectral imaging: A new tool for educating sunscreen users. Skin Research and Technology 29(8):e13320. https://doi.org/10.1111/srt.13320
- 2Heerfordt I.M. และคณะ (2018). Photoprotection by sunscreen depends on time spent on application. Photodermatology, Photoimmunology & Photomedicine 34(2):117–121. https://doi.org/10.1111/phpp.12373
- 3Bens G. (2014). Sunscreens. Advances in Experimental Medicine and Biology 810:429–463. https://doi.org/10.1007/978-1-4939-0437-2_25
- 4Pellacani G., Lim H.W. และคณะ (2024). Photoprotection: Current developments and controversies. Journal of the European Academy of Dermatology and Venereology 38(Suppl 5):12–20. https://doi.org/10.1111/jdv.19677




