📁 ภาพประกอบ
Knowledge

in vivo กับ in vitro ต่างกันยังไง — อ่านผลทดสอบกันแดดให้เป็น

ตอบให้จบใน 3 บรรทัด: in vivo แปลว่า “ในสิ่งมีชีวิต” ซึ่งในการทดสอบกันแดดหมายถึงการทาบนผิวอาสาสมัครจริงแล้ววัดผล ส่วน in vitro แปลว่า “นอกสิ่งมีชีวิต” ซึ่งในกรณีกันแดดคือการทาบนแผ่นพลาสติกผิวขรุขระ (PMMA) แล้ววัดปริมาณแสงที่ส่องผ่าน · ค่าที่ได้จากสองวิธีนี้ไม่เท่ากัน และค่าในหลอดทดลองมักสูงกว่าค่าที่ระบุบนฉลากมาก

แปลว่าเวลาเห็นตัวเลขกันแดดในโฆษณา คำถามแรกไม่ใช่ “กี่เท่า” แต่คือ “วัดยังไง” บทความนี้จะพาดูวิธีทดสอบทั้งสองแบบ เหตุผลที่ตัวเลขไม่ตรงกัน แล้วจบด้วยเช็คลิสต์ 5 ข้อ ก่อนจะเชื่อตัวเลขใดก็ตาม

in vivo: ทดสอบบนผิวคนจริง

วิธีมาตรฐานสากลที่ใช้กันคือตระกูล ISO 24444 หลักการคือ ทากันแดดบนผิวอาสาสมัครในอัตราที่กำหนด แล้วฉายแสงยูวีเป็นชุดโดสที่ไล่ระดับ จากนั้นวัดว่าโดสน้อยที่สุดที่ทำให้ผิวแดง (MED) ของผิวที่ทา สูงกว่าของผิวที่ไม่ทากี่เท่า อัตราส่วนนั้นคือค่า SPF

ข้อดีคือมันวัดสิ่งที่เราสนใจจริงๆ — ผลบนผิวคน ที่มีทั้งเนื้อผิว รูขุมขน ความมัน และการเกลี่ยของจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อเสียคือใช้คน ใช้เวลา ใช้งบ และมีข้อถกเถียงเชิงจริยธรรมเรื่องการกระตุ้นให้ผิวแดง จึงมีการพัฒนาวิธีทางเลือกที่ไม่ต้องทำให้ผิวแดงขึ้นมาในระยะหลัง

in vitro: ทดสอบบนแผ่นจำลองผิว

วิธีนี้ใช้แผ่นพลาสติกอะคริลิก (PMMA) ที่พ่นทรายให้ผิวขรุขระจำลองความไม่เรียบของผิวคน ทากันแดดลงไปในอัตราที่กำหนด (มักอยู่ราว 1.2–1.3 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร) พักในที่มืดให้ฟิล์มเซ็ตตัว แล้ววัดปริมาณแสงที่ส่องผ่านทีละความยาวคลื่นด้วยเครื่องวัด

ข้อดีคือเร็ว ทำซ้ำได้ ไม่ต้องใช้คน และเหมาะมากกับการวัดค่าที่เกี่ยวกับสเปกตรัม เช่นค่าความกว้างของการปกป้อง (critical wavelength) หรือค่าการปกป้อง UVA ในหลอดทดลองตามแนวทาง ISO 24443

ข้อเสียคือมันไม่ใช่ผิวคน แผ่นพลาสติกไม่มีเหงื่อ ไม่มีความมัน ไม่มีการเคลื่อนไหว และการกระจายตัวของฟิล์มบนแผ่นก็ไม่เหมือนบนใบหน้า

ทำไมตัวเลขสองแบบถึงไม่ตรงกัน

งานตีพิมพ์ปี 2016 ชิ้นหนึ่งวัดอิมัลชัน 22 สูตรที่มีค่า SPF ในคนอยู่แล้ว แล้วเทียบกับค่าที่วัดได้ในหลอดทดลอง พบว่าอัตราส่วนระหว่างสองค่านี้ขึ้นกับองค์ประกอบของสูตรเอง โดยเฉพาะสัดส่วนน้ำต่อไขมัน — แปลว่าสูตรบางแบบถูกวัดต่ำเกินจริงในหลอดทดลอง

อีกงานหนึ่งในปี 2024 ชี้ปัญหาในทางกลับกันสำหรับสูตรที่ใช้ซิงค์ออกไซด์เข้มข้นสูง โดยอธิบายว่าความหนาแน่นของสูตรที่ต่างกันทำให้ความหนาของฟิล์มบนแผ่นทดสอบไม่เท่ากัน เมื่อชั่งด้วยน้ำหนักเท่ากัน

บทเรียนจากทั้งสองงานเหมือนกัน: ค่าในหลอดทดลองไม่ใช่ “ค่าจริงที่แม่นกว่า” แต่เป็นค่าที่ต้องอ่านพร้อมบริบทของวิธีและสูตรเสมอ

คำที่ต้องอ่านให้ออก

“Analysis by method based on ISO 24443” แปลว่า “ใช้วิธีที่อ้างอิงมาตรฐาน ISO” ซึ่งไม่เท่ากับ “ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO” — สองประโยคนี้ต่างกันมาก และถูกใช้สลับกันบ่อยในโฆษณา

“ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการ” เป็นประโยคที่แทบไม่ได้บอกอะไรเลย ถ้าไม่ระบุว่าทดสอบอะไร ด้วยวิธีไหน กี่ตัวอย่าง และรายงานเลขอะไร

“ทดสอบในคน” ก็ต้องดูต่อว่าทดสอบเรื่องอะไรในคน — การทดสอบความระคายเคืองในคน กับการทดสอบค่ากันแดดในคน เป็นคนละการทดสอบ และตัวหนึ่งไม่ได้พิสูจน์อีกตัวหนึ่ง

ลองอ่านผลของเราเองเป็นตัวอย่าง

UV Defense Double Shield — ทดสอบค่า SPF บนผิวอาสาสมัคร 10 คน ตามมาตรฐาน ISO 24444:2010 ค่าเฉลี่ยที่วัดได้ในรายงานคือ 51.4 (รายงาน SPF-BR01-JR25) นี่คือ in vivo และเป็น SKU เดียวในพอร์ตของเราที่มีการทดสอบแบบนี้ · ส่วนบนฉลากเราใช้ SPF50+ ตามที่จดแจ้ง เพราะนั่นคือค่าที่ฉลากไทยระบุได้

UV Defense — การกันน้ำ 40 นาที ค่าการปกป้องคงเหลือ 100.00% ทั้ง 3 แผ่นทดสอบ (รายงาน 2170/0925) นี่คือ in vitro บนแผ่น PMMA ไม่ใช่การทดสอบในคน

Watery Bomb Anti-Acne — ค่าความกว้างของการปกป้อง (critical wavelength) เฉลี่ย 378.2 นาโนเมตร เทียบเกณฑ์ broad spectrum ที่ ≥ 370 นาโนเมตร (รายงาน 0702/0325) เป็น in vitro เช่นกัน · และตัวนี้ไม่มีรายงานการกันน้ำเลย เราจึงไม่เคลมว่ากันน้ำ

Tone Up Routine — ผ่านเกณฑ์ Very Water Resistance หลังแช่น้ำรวม 80 นาที (รายงาน 2569-04-334-01 จากสถาบันทดสอบอิสระ) เป็น in vitro บนแผ่น PMMA

แล้วค่า SPF ในหลอดทดลองของเราล่ะ

มีอยู่ในเอกสาร และตัวเลขสูงกว่าค่าบนฉลากมาก — แต่เราเลือกไม่ประกาศมันเป็นค่า SPF บนหน้าบ้าน เพราะมันวัดบนแผ่นพลาสติก ไม่ใช่ผิวคน และฉลากไทยระบุได้สูงสุดที่ SPF50+ อยู่แล้ว

ถ้าวันหนึ่งคุณเห็นแบรนด์ไหนชูตัวเลข SPF สามหลัก ลองถามคำถามเดียว: วัดในคนหรือในหลอดทดลอง คำตอบนั้นเปลี่ยนความหมายของตัวเลขไปทั้งหมด

เช็คลิสต์ 5 ข้อ ก่อนเชื่อตัวเลขกันแดด

หนึ่ง — ตัวเลขนี้วัดในคนหรือในหลอดทดลอง · สอง — ใช้มาตรฐานอะไร และคำว่า “อ้างอิงมาตรฐาน” กับ “ได้รับการรับรอง” ถูกใช้ตรงตามความหมายไหม

สาม — มีเลขรายงานและวันที่ให้ตรวจสอบไหม · สี่ — ตัวเลขนี้ผูกกับสินค้าตัวไหน (เคลมของสินค้าตัวหนึ่ง ยกไปใช้กับอีกตัวไม่ได้)

ห้า — ตัวเลขนี้เกินกว่าที่ฉลากระบุได้หรือเปล่า ถ้าเกิน แปลว่ามันไม่ใช่ค่าที่ใช้โฆษณาได้ ไม่ว่าเอกสารจะเขียนอะไร

in vivo กับ in vitro ไม่ใช่ “ของจริง” กับ “ของปลอม” — แต่เป็นเครื่องมือคนละแบบที่ตอบคำถามคนละข้อ สิ่งที่เราคิดว่าแบรนด์ควรทำคือบอกทุกครั้งว่าตัวเลขที่คุณกำลังอ่านมาจากแบบไหน แล้วปล่อยให้คุณตัดสินเอง

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ผลทดสอบแบบ in vitro แปลว่าไม่น่าเชื่อถือหรือเปล่า?
ไม่ใช่ การทดสอบในหลอดทดลองเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันจริง และเหมาะมากกับการวัดค่าเชิงสเปกตรัม เช่นค่าความกว้างของการปกป้อง เพียงแต่ค่าที่ได้ไม่ควรถูกนำไปประกาศเป็นค่า SPF บนฉลาก เพราะมันวัดบนแผ่นจำลองผิว ไม่ใช่บนผิวคน
ISO 24444 กับ ISO 24443 ต่างกันยังไง?
ISO 24444 เป็นมาตรฐานการวัดค่า SPF ในอาสาสมัคร (in vivo) ส่วน ISO 24443 เป็นแนวทางการวัดค่าปกป้อง UVA ในหลอดทดลอง (in vitro) บนแผ่นทดสอบ — คนละวิธี คนละสิ่งที่วัด และไม่สามารถใช้แทนกันได้
ทำไมบางแบรนด์ถึงชอบโชว์ตัวเลข SPF สูงมากๆ?
เพราะค่าที่วัดในหลอดทดลองมักออกมาสูงกว่าค่าบนฉลากมาก และตัวเลขสูงๆ ดูน่าตื่นเต้นกว่า แต่ฉลากในไทยระบุได้สูงสุดที่ SPF50+ การชูตัวเลขที่เกินกว่านั้นเป็นค่าโฆษณาจึงเป็นเรื่องที่ควรตั้งคำถาม
References

แหล่งอ้างอิง

รายการด้านล่างเป็นงานวิจัยและเอกสารมาตรฐานที่ใช้อธิบาย ความรู้ทั่วไปเรื่องผิว แสงแดด และวิธีทดสอบ เท่านั้น — ไม่ใช่ผลทดสอบของผลิตภัณฑ์ TERRY และไม่ใช่การเคลมสรรพคุณของสินค้าใดๆ (ค้นจากฐานข้อมูล PubMed)

  1. 1Rohr M., Ernst N., Schrader A. (2018). Hybrid Diffuse Reflectance Spectroscopy: Non-Erythemal in vivo Testing of Sun Protection Factor. Skin Pharmacology and Physiology 31(4):220–228. https://doi.org/10.1159/000488249
  2. 2Batzer J. และคณะ (2016). The ‘Dispersal Rate’ — a product dependent characteristic to predict the reliability of the calibrated in vitro SPF on WW5 plates. International Journal of Cosmetic Science 38(3):294–304. https://doi.org/10.1111/ics.12293
  3. 3Osterwalder U. และคณะ (2024). Sun-protection factor of zinc-oxide sunscreens: SPF in vitro too low compared to SPF in vivo — a brief review. Photochemical & Photobiological Sciences 23(10):1999–2009. https://doi.org/10.1007/s43630-024-00644-0
  4. 4Bens G. (2014). Sunscreens. Advances in Experimental Medicine and Biology 810:429–463. https://doi.org/10.1007/978-1-4939-0437-2_25
  5. 5International Organization for Standardization — ISO 24444 (การวัดค่า SPF ในอาสาสมัคร · in vivo) และ ISO 24443 (การวัดค่าปกป้อง UVA ในหลอดทดลอง · in vitro)
  6. 6สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข — หลักเกณฑ์การแสดงฉลากและการกล่าวอ้างของเครื่องสำอางป้องกันแสงแดดในประเทศไทย (ค่าที่ระบุบนฉลากได้สูงสุดคือ SPF50+)
Related Product

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

อยากเห็นเอกสารตัวเป็นๆ ทั้งสามฉบับพร้อมเลขรายงาน — ดูได้ที่หน้าสินค้าตัวนี้

ดูสินค้าทั้งหมด
ภาพแพ็กเกจ UV Defense Double Shield Hybrid-Fluid Sunscreen📁 mock2_uv · Mockup
ทดสอบในคนจริง
UV Defense Double Shield Hybrid-Fluid Sunscreen

SPF50+ PA++++

กันแดดตัวเดียวของเราที่ผ่านการทดสอบ SPF กับผิวคนจริง (in vivo)

Keep Reading

บทความอื่นที่น่าอ่านต่อ

ดูบทความทั้งหมด →
📁 people_apply4

วิธีทากันแดดให้ได้ผลจริง

กันแดดที่ดีที่สุด คือกันแดดที่ทาถูกวิธี — ปริมาณ จังหวะ และการเกลี่ย สามเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้ค่าการปกป้องบนฉลากกลายเป็นการปกป้องจริงบนผิว

อ่านต่อ →

📁 Capture_251 1e

กันแดดกับผิวเป็นสิว: เข้าใจใหม่

ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวหลายคนเลือก “ไม่ทากันแดดเลย” เพราะกลัวอุดตัน — บทความนี้ชวนคิดใหม่ ว่าจริงๆ แล้วโจทย์ไม่ใช่ทาหรือไม่ทา แต่คือเลือกยังไงให้ผิวสบาย

อ่านต่อ →