📁 ภาพประกอบ
Knowledge

SPF50+ PA++++ แปลว่าอะไร

ตอบตรงๆ ก่อน: SPF (Sun Protection Factor) คือค่าที่บอกความสามารถของกันแดดในการชะลอการเกิดผิวแดงจากแสงแดด ซึ่งสะท้อนการปกป้องจากรังสี UVB เป็นหลัก · PA คือระบบเครื่องหมายบวกที่ใช้บอกระดับการปกป้องรังสี UVA โดย ++++ คือระดับสูงสุด · ส่วน “50+” คือเพดานที่ฉลากในไทยระบุได้ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้จริงหยุดอยู่แค่นั้น

เรื่องที่คนไม่ค่อยรู้และสำคัญกว่าตัวเลขทั้งสองชุด คือค่าพวกนี้มาจากการทดสอบที่ทาในอัตรา 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร — ซึ่งมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ทากันในชีวิตจริงพอสมควร บทความนี้จะพาไล่ทีละส่วนของฉลาก แล้วจบด้วยเช็คลิสต์ 30 วินาที

SPF วัดอะไร และวัดยังไง

วิธีมาตรฐานสากลที่ใช้กันมานาน (ตระกูล ISO 24444) เป็นการทดสอบในอาสาสมัคร: ฉายแสงลงบนผิวที่ทากันแดดเทียบกับผิวที่ไม่ทา แล้ววัดว่าต้องใช้ปริมาณแสงมากขึ้นกี่เท่าจึงจะเกิดผิวแดงในระดับเดียวกัน อัตราส่วนนั้นแหละคือค่า SPF

เพราะการวัดผูกกับ “ผิวแดง” ซึ่งเกิดจาก UVB เป็นหลัก ค่า SPF จึงบอกเรื่อง UVB ได้ดีที่สุด และบอกเรื่อง UVA ได้น้อยกว่ามาก — นี่คือช่องว่างที่ระบบ PA และเกณฑ์ broad spectrum เข้ามาเติม

ในระยะหลังมีการพัฒนาวิธีวัดทางเลือกที่ไม่ต้องกระตุ้นให้ผิวแดงจริง เช่นเทคนิคเชิงสเปกโทรสโกปีที่วัดบนผิวคนร่วมกับการวัดผ่านแผ่นทดสอบ ซึ่งงานตีพิมพ์ปี 2018 รายงานว่าให้ผลสอดคล้องกับมาตรฐานเดิมได้ดี

ทำไมฉลากไทยหยุดที่ SPF50+

หน่วยงานกำกับดูแลเครื่องสำอางในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กำหนดให้ระบุค่าบนฉลากได้สูงสุดที่ SPF50+ เหตุผลหลักคือเมื่อค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนต่างของการปกป้องที่เพิ่มขึ้นจะเล็กลงมาก ขณะที่ความคลาดเคลื่อนของการวัดกลับใหญ่ขึ้น การโชว์ตัวเลขสูงๆ จึงสื่อสารผิดมากกว่าถูก

ของเราเองก็เล่นตามกติกานี้: ค่าที่วัดได้ในรายงานผลทดสอบเราเปิดให้ดูในหน้างานวิจัย พร้อมระบุว่าเป็นการทดสอบแบบไหนและเลขรายงานอะไร แต่บนฉลากและบนสื่อโฆษณา เราใช้ SPF50+ ตามที่จดแจ้งไว้เสมอ

PA++++ คืออะไร และไม่ใช่อะไร

ระบบ PA เป็นระบบบอกระดับการปกป้อง UVA ที่ใช้กันแพร่หลายในเอเชีย โดยอ้างอิงกับการวัดการคล้ำของผิวจากรังสี UVA เครื่องหมายบวกยิ่งมาก แปลว่าระดับการปกป้อง UVA ยิ่งสูง และ ++++ คือระดับสูงสุดของระบบนี้

สิ่งที่ PA ไม่ได้บอกคือ “อยู่ได้นานแค่ไหน” — ไม่มีเครื่องหมายบวกจำนวนใดที่แปลว่าทาครั้งเดียวอยู่ทั้งวัน อายุของฟิล์มกันแดดบนผิวขึ้นกับเหงื่อ การสัมผัส และการเช็ดซับ ซึ่งเราเขียนไว้ในบทความทำไมต้องทาซ้ำระหว่างวัน

ขอพูดตรงๆ เรื่องค่า PA ของเราเอง

ค่า PA++++ ที่อยู่บนฉลากของเราเป็นค่าที่ระบุตามการจดแจ้งกับ อย. — แต่ในแฟ้มเอกสารของเราตอนนี้ยังไม่มีรายงานการทดสอบค่าปกป้อง UVA ในอาสาสมัคร (in vivo) แม้แต่ฉบับเดียว

เราจึงไม่พูดว่า “PA++++ พิสูจน์แล้ว” หรือ “ผ่านการทดสอบ UVA ในคน” จนกว่าจะมีเอกสารจริง — พูดได้แค่ว่าเป็นค่าตามฉลากที่จดแจ้ง เท่านั้นจริงๆ

ตัวเลข 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร ที่ฉลากไม่ได้เขียนไว้

ค่าทุกค่าบนฉลากมาจากห้องทดสอบที่ทาในอัตรามาตรฐาน 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร ปัญหาคือคนจริงไม่ได้ทาเท่านั้น

งานวิจัยปี 2023 ที่ใช้การถ่ายภาพหลายช่วงคลื่นวัดปริมาณกันแดดที่อาสาสมัคร 26 คนทาลงบนใบหน้าจริง พบว่าเมื่อทาเองตามปกติได้เฉลี่ยราว 1.04 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร และเมื่อได้รับคู่มือแนะนำวิธีทา ปริมาณเพิ่มเป็นราว 1.45 — สูงขึ้นราว 40% เพียงเพราะมีคนบอกวิธี

อีกงานหนึ่งที่วัดการทาลงบนร่างกายพบว่าหลังทารอบแรกได้เฉลี่ยราว 0.71 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร และเมื่อทารอบที่สองรวมแล้วได้ราว 1.27 — สรุปสั้นๆ คือ “ทาซ้ำอีกรอบ” ให้ผลใกล้เคียงมาตรฐานมากกว่าการพยายามทาหนาในรอบเดียว

broad spectrum อ่านตรงไหน

นอกจาก SPF และ PA ยังมีคำว่า broad spectrum ซึ่งพูดถึง “ความกว้าง” ของช่วงคลื่นที่ปกป้องได้ ตัวชี้วัดที่นิยมใช้คือ critical wavelength โดยเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับของสหรัฐฯ ใช้คือค่าตั้งแต่ 370 นาโนเมตรขึ้นไป

ค่านี้ไม่ได้บอกว่า “แรงแค่ไหน” แต่บอกว่า “กว้างแค่ไหน” — กันแดดที่ SPF สูงแต่ค่าความกว้างต่ำ ก็ยังทิ้งช่วง UVA ไว้ให้ผ่านได้ ทั้งสองค่าจึงต้องอ่านคู่กันเสมอ

เช็คลิสต์อ่านฉลาก 30 วินาที

หนึ่ง — ดู SPF ว่าถึงระดับที่เหมาะกับกิจกรรมของวันนั้นไหม · สอง — ดูว่ามีการระบุการปกป้อง UVA (PA หรือคำว่า broad spectrum) หรือเปล่า

สาม — ดูเลขจดแจ้ง อย. และนำไปตรวจสอบกับระบบของ อย. ได้จริง · สี่ — ดูว่ามีการระบุเงื่อนไขการกันน้ำหรือไม่ และกี่นาที · ห้า — ดูคำเตือนและวิธีใช้ ซึ่งมักบอกให้ทดสอบการแพ้ก่อนใช้

และข้อสุดท้ายที่ไม่มีบนฉลาก: ตั้งใจทาให้พอ เพราะไม่ว่าตัวเลขจะสวยแค่ไหน ปริมาณที่ทาจริงคือสิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์

SPF คือเรื่อง UVB · PA คือเรื่อง UVA · critical wavelength คือเรื่องความกว้าง — และเหนือทั้งสามอย่างคือปริมาณที่คุณทาจริง อ่านฉลากเป็นแล้ว ที่เหลือคือทามันให้พอ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

SPF50 กับ SPF50+ ต่างกันไหม?
ต่างกันในเชิงการแสดงฉลาก เครื่องหมาย + ใช้สื่อว่าค่าที่วัดได้สูงกว่าเกณฑ์ของระดับนั้น แต่หน่วยงานกำกับกำหนดให้แสดงบนฉลากได้สูงสุดที่ 50+ ในทางปฏิบัติ ส่วนต่างของการปกป้องระหว่างสองค่านี้เล็กกว่าส่วนต่างที่เกิดจากการทาไม่พอมาก
PA++++ แปลว่าทาครั้งเดียวอยู่ทั้งวันหรือเปล่า?
ไม่ใช่ PA บอกระดับการปกป้อง UVA ไม่ได้บอกความทนทานบนผิว ฟิล์มกันแดดบางลงระหว่างวันจากเหงื่อ การสัมผัสหน้า และการเช็ดซับ — ความทนน้ำเป็นคนละเรื่องและต้องดูที่การระบุ “กันน้ำกี่นาที” แยกต่างหาก
SPF ยิ่งสูงยิ่งดีใช่ไหม?
ดีขึ้นแต่ไม่เป็นเส้นตรง เมื่อค่าสูงขึ้น ส่วนต่างของการปกป้องที่เพิ่มจะเล็กลงเรื่อยๆ ขณะที่ความคลาดเคลื่อนของการวัดใหญ่ขึ้น การเลือกกันแดดที่เนื้อถูกใจจนทาได้ทุกวันในปริมาณที่พอ ให้ผลจริงมากกว่าการไล่ล่าตัวเลขสูงสุด
References

แหล่งอ้างอิง

รายการด้านล่างเป็นงานวิจัยและเอกสารมาตรฐานที่ใช้อธิบาย ความรู้ทั่วไปเรื่องผิว แสงแดด และวิธีทดสอบ เท่านั้น — ไม่ใช่ผลทดสอบของผลิตภัณฑ์ TERRY และไม่ใช่การเคลมสรรพคุณของสินค้าใดๆ (ค้นจากฐานข้อมูล PubMed)

  1. 1Rohr M., Ernst N., Schrader A. (2018). Hybrid Diffuse Reflectance Spectroscopy: Non-Erythemal in vivo Testing of Sun Protection Factor. Skin Pharmacology and Physiology 31(4):220–228. https://doi.org/10.1159/000488249
  2. 2Bens G. (2014). Sunscreens. Advances in Experimental Medicine and Biology 810:429–463. https://doi.org/10.1007/978-1-4939-0437-2_25
  3. 3Le Digabel J. และคณะ (2023). In vivo evaluation of sunscreen application by multispectral imaging: A new tool for educating sunscreen users. Skin Research and Technology 29(8):e13320. https://doi.org/10.1111/srt.13320
  4. 4Heerfordt I.M. และคณะ (2018). Photoprotection by sunscreen depends on time spent on application. Photodermatology, Photoimmunology & Photomedicine 34(2):117–121. https://doi.org/10.1111/phpp.12373
  5. 5International Organization for Standardization — ISO 24444 (การวัดค่า SPF ในอาสาสมัคร · in vivo) และ ISO 24443 (การวัดค่าปกป้อง UVA ในหลอดทดลอง · in vitro)
  6. 6U.S. Food and Drug Administration (FDA) (2011). Labeling and Effectiveness Testing: Sunscreen Drug Products for Over-the-Counter Human Use — เกณฑ์ broad spectrum ที่ค่า critical wavelength ≥ 370 nm
  7. 7สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข — หลักเกณฑ์การแสดงฉลากและการกล่าวอ้างของเครื่องสำอางป้องกันแสงแดดในประเทศไทย (ค่าที่ระบุบนฉลากได้สูงสุดคือ SPF50+)
Related Product

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

อยากเห็นว่าค่าที่วัดได้จริงหน้าตาเป็นยังไง — ตัวนี้คือ SKU เดียวของเราที่ทดสอบ SPF บนผิวคน

ดูสินค้าทั้งหมด
ภาพแพ็กเกจ UV Defense Double Shield Hybrid-Fluid Sunscreen📁 mock2_uv · Mockup
ทดสอบในคนจริง
UV Defense Double Shield Hybrid-Fluid Sunscreen

SPF50+ PA++++

กันแดดตัวเดียวของเราที่ผ่านการทดสอบ SPF กับผิวคนจริง (in vivo)

Keep Reading

บทความอื่นที่น่าอ่านต่อ

ดูบทความทั้งหมด →
📁 people_apply4

วิธีทากันแดดให้ได้ผลจริง

กันแดดที่ดีที่สุด คือกันแดดที่ทาถูกวิธี — ปริมาณ จังหวะ และการเกลี่ย สามเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้ค่าการปกป้องบนฉลากกลายเป็นการปกป้องจริงบนผิว

อ่านต่อ →